Mercedes-Benz EQE 300: การพลิกเกมราคาที่ redefine ประสบการณ์ EV พรีเมียมปี 2025
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามานับทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของตลาด EV ในประเทศไทยอย่างก้าวกระโดด จากรถยนต์ทางเลือกสู่กระแสหลักที่ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างจริงจัง และเมื่อพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมจากค่ายดาวสามแฉกอย่าง Mercedes-Benz EQE 300 หลายคนอาจจำได้ถึงช่วงเวลาที่รถรุ่นนี้เปิดตัวด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้การตัดสินใจเป็นเจ้าของต้องใช้การพิจารณาอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่นๆ ในตลาด หรือแม้แต่รุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในระดับเดียวกันอย่าง E-Class
แต่กาลเวลาเปลี่ยนไป ตลาด EV ในปี 2025 ไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป ผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลายขึ้น การแข่งขันดุเดือดขึ้น และความคุ้มค่าคือปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ประเภทใดก็ตาม และนี่คือจุดที่ Mercedes-Benz EQE 300 สร้างปรากฏการณ์ที่น่าจับตา ด้วยการปรับโครงสร้างราคาครั้งสำคัญ จากเดิม 3,970,000 บาท ลงมาอยู่ที่ 2,890,000 บาท พร้อมส่วนลดมหาศาลกว่า 1,080,000 บาท การเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลดราคา แต่คือการ “พลิกเกม” ที่ส่งผลให้ EQE 300 กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือก รถยนต์ไฟฟ้าสุดหรู ที่น่าสนใจที่สุดในตลาดปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหา ประสบการณ์ขับขี่ EV พรีเมียม ที่มาพร้อมความคุ้มค่าอย่างแท้จริง
สิทธิพิเศษที่มาพร้อมความคุ้มค่าสูงสุดในยุค 2025
นอกเหนือจากราคาที่น่าดึงดูดใจอย่างยิ่งแล้ว Mercedes-Benz ยังจัดเต็มด้วยข้อเสนอสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อมอบ ความอุ่นใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ให้แก่ลูกค้าอย่างแท้จริง:
ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mercedes-Benz Protection นาน 1 ปี: มอบความคุ้มครองครบวงจร เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ตลอดปีแรก
ชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ DC ไม่จำกัดจำนวนครั้ง นาน 1 ปี: นี่คือสิทธิประโยชน์ที่ประเมินค่ามิได้ในยุคที่ค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มสูงขึ้น และ โครงสร้างพื้นฐาน EV กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การได้ ชาร์จ DC ฟรี ตลอดปีจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางระยะไกลได้อย่างมหาศาล
ฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง: อำนวยความสะดวกในการชาร์จไฟที่บ้าน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน
นำเข้าทั้งคัน (CBU) จากประเทศเยอรมนี: ตอกย้ำคุณภาพงานประกอบมาตรฐาน Mercedes-Benz ที่ไร้ที่ติ และ การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า High-voltage 10 ปี หรือ 250,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน แสดงถึงความมั่นใจใน เทคโนโลยีแบตเตอรี่ EV ของแบรนด์ และช่วยลดความกังวลด้านการบำรุงรักษาในระยะยาว
ข้อเสนอเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของแถม แต่คือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ Mercedes-Benz EQE 300 ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านราคา และนำเสนอแพ็กเกจ รถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มค่า อย่างแท้จริงในตลาด รถยนต์ไฟฟ้าหรู 2025
ขุมพลังไฟฟ้าแห่งอนาคต: สมรรถนะที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง
ภายใต้รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว Mercedes-Benz EQE 300 มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้กำลังสูงสุด 180 กิโลวัตต์ หรือ 245 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 550 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึง มอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่พร้อมพุ่งทะยานในทุกจังหวะการขับขี่ แรงบิดที่มาแบบทันทีทันใดของมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้การเร่งแซงเป็นไปอย่างง่ายดายและราบรื่น มอบประสบการณ์ที่แตกต่างจากการขับรถยนต์สันดาปภายในอย่างชัดเจน
พ่วงด้วย แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 89 kWh ซึ่งถือเป็นขนาดที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางทั้งในเมืองและนอกเมือง ด้วยการจัดการพลังงานอันชาญฉลาดของ Mercedes-Benz ทำให้ EQE 300 สามารถทำระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็มได้ถึง 651 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือ ระยะทางวิ่ง WLTP ที่น่าประทับใจ ที่ช่วยคลายความกังวลเรื่อง “Range Anxiety” ของผู้ใช้งาน EV ได้เป็นอย่างดี
สำหรับตัวเลขสมรรถนะที่เคลมจากโรงงานนั้นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน:
อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 7.3 วินาที
ความเร็วสูงสุด Top Speed ทำได้ 210 km/h
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ นวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ในยุคปัจจุบัน
การชาร์จพลังงาน: สะดวก รวดเร็ว และเป็นมิตรกับการใช้งานจริง
EQE 300 รองรับการชาร์จทั้งสองรูปแบบเพื่อความยืดหยุ่นสูงสุด:
การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สูงสุด 11 kW: เหมาะสำหรับการชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงาน จาก 10 – 100 % ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง 25 นาที ซึ่งเพียงพอสำหรับการชาร์จข้ามคืน
การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) สูงสุด 170 kW: นี่คือหัวใจสำคัญสำหรับการเดินทางระยะไกล ที่ช่วยให้ การชาร์จเร็ว EV เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ จาก 10 – 80% ใช้เวลาเพียง 32 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่คุณสามารถหยุดพัก ดื่มกาแฟ หรือเข้าห้องน้ำได้อย่างสบายๆ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมต้องบอกว่า ประสิทธิภาพการชาร์จ DC ของ EQE 300 ถือว่าโดดเด่นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะความสามารถในการรักษากำลังการชาร์จได้ดีแม้จะเกิน 80% ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมักจะลดกำลังการชาร์จลงอย่างมากหลังจากนั้น นี่เป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญในการใช้งานจริง โดยเฉพาะเมื่อเวลาเป็นสิ่งมีค่า
ดีไซน์ที่ล้ำหน้าและคำนึงถึงอากาศพลศาสตร์
เมื่อแรกเห็น หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นชินกับ ดีไซน์รถยนต์ไฟฟ้า ในตระกูล EQ ของ Mercedes-Benz ด้วยเส้นสายที่เรียบเนียน โค้งมน และดูแตกต่างจากรถยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม แต่เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้ง คุณจะพบว่าทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึง อากาศพลศาสตร์ เป็นหลัก เพื่อลดแรงต้านอากาศให้ได้มากที่สุด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และระยะทางวิ่งที่ทำได้
ตัวรถมีความปราดเปรียวและทันสมัยอย่างแท้จริง สะท้อนถึงภาษาการออกแบบ “Sensual Purity” ที่ผสานความสง่างามเข้ากับความล้ำยุคได้อย่างลงตัว แม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างฝาปิดล้อที่ออกแบบมาเพื่อลดแรงต้านอากาศ ซึ่งอาจทำให้การเติมลมยางกลายเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ แต่ก็เป็นข้อแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า เพื่อให้ได้มาซึ่งประสิทธิภาพสูงสุดในการขับขี่ระยะไกล ในฐานะผู้ใช้งาน ผมแนะนำให้หมั่นตรวจสอบแรงดันลมยางอยู่เสมอ หรือใช้บริการจากศูนย์บริการที่เชี่ยวชาญ ซึ่งมีเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับการดูแล ล้อแอโรไดนามิก เหล่านี้
ภายในห้องโดยสาร: เทคโนโลยีล้ำยุคกับการปรับตัวของผู้ใช้งาน
ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ EQE 300 คุณจะพบกับบรรยากาศที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับ เทคโนโลยี MBUX Hyperscreen ได้อย่างลงตัว จอแสดงผลบริเวณคอนโซลกลางแบบ OLED ขนาด 12.8 นิ้ว ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการควบคุมที่สวยงามและใช้งานง่าย ควบคู่ไปกับจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ Digital ขนาด 12.3 นิ้ว เบื้องหน้าผู้ขับขี่ การแสดงผลที่คมชัด กราฟิกที่สวยงาม และการตอบสนองที่รวดเร็วคือสิ่งที่โดดเด่น
อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ตรง ผมยอมรับว่าการออกแบบคอนโซลหน้าที่ค่อนข้างใหญ่โตและอยู่ในตำแหน่งที่สูง อาจทำให้ผู้ขับขี่บางท่านต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อยเพื่อหา สรีรศาสตร์การขับขี่ ที่เหมาะสมที่สุด แต่เมื่อคุ้นชินแล้ว หน้าจอขนาดใหญ่เหล่านี้กลับมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ โดยเฉพาะระบบ แผนที่นำทางแบบ Hard-disc navigation พร้อมแผนที่ 3 มิติ และข้อมูล Live Traffic Information ที่ชัดเจน รวมถึงการแสดงสถานีชาร์จไฟที่ช่วยให้การวางแผนการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างราบรื่น
ในส่วนของเบาะนั่งด้านหลัง บางท่านอาจรู้สึกว่ามีลักษณะคล้าย “หลุม” ทำให้รู้สึกจมลงไปในเบาะและลุกยากเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ E-Class ซึ่งมีเบาะหลังที่นั่งสบายกว่ามากในแง่ของพื้นที่และองศาการนั่ง นี่อาจเป็นข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ ที่ Mercedes-Benz อาจพิจารณาในรุ่นปรับปรุงต่อไป แต่โดยรวมแล้ว ห้องโดยสารรถยนต์ไฟฟ้า ของ EQE 300 ก็ยังคงมอบความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันตามแบบฉบับของ Mercedes-Benz
ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่า: จากเมืองสู่ทางไกล
หลังจากที่ราคาได้ปรับลงมา ผมได้มีโอกาสนำ EQE 300 ไปทดสอบใช้งานจริงทั้งในเมืองและเดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร และต้องบอกว่านี่คือรถยนต์ไฟฟ้าที่มอบ ประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า ที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง
ในเมือง: ความเงียบสงัดของห้องโดยสารคือสิ่งที่สัมผัสได้ทันที ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ เช่น Active Parking Assist และ Active Brake Assist ช่วยให้การขับขี่ในสภาพการจราจรหนาแน่นเป็นไปอย่างง่ายดดายและปลอดภัย ช่วงล่างที่นุ่มนวล ซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ทำให้การเดินทางในเมืองรู้สึกผ่อนคลายและสบายกว่ารถยนต์สันดาปภายในอย่างเห็นได้ชัด
เดินทางไกล (กรุงเทพฯ – ขอนแก่น ระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร):
สมรรถนะและการควบคุม: ด้วย ขุมพลังไฟฟ้า ที่ให้แรงบิดมหาศาล การรักษาความเร็วให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต้องใช้ความเคยชิน เพราะรถสามารถพุ่งทะยานได้อย่างรวดเร็วโดยไร้เสียงเครื่องยนต์รบกวน แต่ระบบ Active Distance Assist DISTRONIC คือพระเอกตัวจริงในการเดินทางไกล ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับระยะได้นี้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ผู้ขับขี่เหมือนมีผู้ช่วยคอยประคองรถ โดยสามารถเร่งและชะลอความเร็วตามรถคันหน้าได้อย่างนุ่มนวล ช่วยลดความเมื่อยล้าได้อย่างมาก และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การขับขี่ทางไกลด้วย รถยนต์ไฟฟ้า เป็นเรื่องง่ายและสบาย
ความนิ่งและการเกาะถนน: EQE 300 มีน้ำหนักตัวถึง 2,405 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่ารถยนต์สันดาปในขนาดใกล้เคียงกัน แต่น้ำหนักที่มากนี้กลับกลายเป็นข้อดีอย่างไม่น่าเชื่อ แบตเตอรี่ที่วางอยู่ใต้พื้นรถทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลงอย่างมาก ส่งผลให้รถมี การเกาะถนนรถยนต์ไฟฟ้า ที่ดีเยี่ยม และ ความนิ่งบนความเร็วสูง ที่เหนือกว่ารถยนต์หลายรุ่น แม้ในสภาพถนนที่เปียกลื่นจากฝนตกหนัก รถก็ยังคงวิ่งผ่านไปได้อย่างมั่นคง ป้องกันอาการเหินน้ำได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งเป็นเรื่องของ ความปลอดภัยในการขับขี่ ที่ไม่อาจมองข้ามได้
การจัดการพลังงานและการชาร์จ: ในการเดินทางจริง ผมได้พิสูจน์แล้วว่า การจัดการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ของ EQE 300 มีประสิทธิภาพสูงมาก ด้วยอัตราการกินไฟเฉลี่ยรวม 15.4 kWh/100 กม. ถือว่าประหยัดอย่างน่าประทับใจเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวรถและสมรรถนะ เมื่อถึงขอนแก่น ระยะทางที่ยังวิ่งได้ก็เหลือกว่า 300 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในจังหวัดได้อย่างสบาย
แน่นอนว่า สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 2025 นอกเมืองใหญ่ยังคงเป็นความท้าทายอยู่บ้าง แต่ด้วยระบบแผนที่นำทางของ MBUX ที่แสดงตำแหน่งสถานีชาร์จ และความสามารถในการชาร์จเร็วของ EQE 300 ทำให้การวางแผนการเดินทางเป็นเรื่องง่าย หลักการสำคัญที่ผมใช้คือ “เจอที่ไหน ชาร์จที่นั่น” อย่างน้อย 15-20 นาที ก็สามารถเพิ่มพลังงานได้ประมาณ 20% ซึ่งเพียงพอที่จะเดินทางต่อไปได้อีกระยะ ทำให้การเดินทางไม่สะดุด และที่สำคัญที่สุดคือ ต้นทุนการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ที่ถูกกว่ามาก จากการทดสอบ การเดินทางในระยะไกลนี้มีค่าใช้จ่ายไฟฟ้าเฉลี่ยเพียง “กิโลเมตรละ 1 บาท” เท่านั้น ซึ่งประหยัดกว่าค่าน้ำมันในรถยนต์สันดาปอย่างมหาศาล
เทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือกว่าเพื่อความอุ่นใจ
Mercedes-Benz EQE 300 ไม่ได้มีดีแค่สมรรถนะและความหรูหรา แต่ยังอัดแน่นไปด้วย ระบบความปลอดภัยรถยนต์ไฟฟ้า และ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ที่ทันสมัยครบครัน เพื่อมอบ ความอุ่นใจในการขับขี่ สูงสุด:
ระบบถุงลมนิรภัยรอบคัน: ถุงลมนิรภัยด้านหน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลมนิรภัย, ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าผู้ขับขี่ และถุงลมนิรภัยระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า รวมทั้งหมด 7 ตำแหน่ง เพื่อการปกป้องที่ครอบคลุม
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP: ช่วยให้รถควบคุมได้ง่ายในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Lane Keeping Assist): ป้องกันการออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist): ตรวจจับและช่วยลดความเสี่ยงของการชน
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist): เพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลน
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST): ช่วยเตือนให้ผู้ขับขี่พักผ่อนเมื่อตรวจพบสัญญาณความเหนื่อยล้า
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® system: เตรียมรถให้พร้อมรับมืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
ระบบเตือนแรงดันลมยาง: แจ้งเตือนเมื่อแรงดันลมยางผิดปกติ ซึ่งสำคัญมากสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้าขับหลัง ที่มีน้ำหนักมาก
นอกจากนี้ ระบบ MBUX Entertainment Plus ยังมาพร้อมระบบแผนที่นำทางที่มีฟังก์ชัน Live Traffic Information และแสดงสถานีชาร์จไฟ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการวางแผนการเดินทางด้วย รถยนต์ไฟฟ้า ในยุค 2025
สรุป: Mercedes-Benz EQE 300 การลงทุนในอนาคตที่คุ้มค่า
จากการวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งและประสบการณ์ใช้งานจริงในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอยืนยันว่า Mercedes-Benz EQE 300 ด้วยราคาใหม่ที่ 2,890,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษที่มาพร้อมกันนั้น เป็นการ ลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้า ที่ชาญฉลาดอย่างแท้จริง การปรับโครงสร้างราคาในครั้งนี้ได้เปลี่ยนสถานะของ EQE 300 จากรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่น่าสนใจ ให้กลายเป็นตัวเลือกที่ “ต้องมอง” และ “ต้องพิจารณา” อย่างจริงจังในตลาด EV พรีเมียม ปี 2025
มันไม่ใช่แค่เรื่องของส่วนลดตัวเลขล้านกว่าบาท แต่คือการเปลี่ยนแปลงของสมการความคุ้มค่า เมื่อคุณได้รับรถยนต์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า และที่สำคัญที่สุดคือ ความประหยัดค่าใช้จ่ายรถยนต์ไฟฟ้า ในระยะยาว ที่เฉลี่ยเพียงกิโลเมตรละ 1 บาท
Mercedes-Benz EQE 300 คือบทพิสูจน์ว่า อนาคตรถยนต์ไฟฟ้า ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงเกินเอื้อมอีกต่อไป แต่สามารถมอบความหรูหรา ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน
หากคุณพร้อมที่จะก้าวสู่อีกขั้นของประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ ที่ผสานความหรูหรา นวัตกรรม และความคุ้มค่าอย่างลงตัว Mercedes-Benz EQE 300 คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม เยี่ยมชมผู้จำหน่าย Mercedes-Benz ทั่วประเทศ เพื่อสัมผัสการขับขี่แห่งอนาคตด้วยตัวคุณเอง หรือลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลและข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมในวันนี้ แล้วคุณจะพบว่า การเป็นเจ้าของ รถยนต์ไฟฟ้าสุดหรู ที่ล้ำสมัยนั้น ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป